วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2563

การประเมินตามสภาพจริง ช่วงอายุ 0-3ปี

คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า ปี
            การประเมินพัฒนาการเด็กการประเมินพัฒนาการเด็กอายุต่ำกว่า ปีเป็นกระบวนการที่ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องครบทุกอายุและครอบคลุมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์-จิตใจ ด้านสังคมและด้านสติปัญญา                    เพื่อเฝ้าระวังและติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลดังนั้นพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำหน้าที่ประเมินพัฒนาการจะต้องมีความรู้ความเข้าใจพัฒนาการของเด็กอายุต่ำกว่า ปี หลักการประเมินพัฒนาการควรคำนึงถึงสิ่งสำคัญต่อไปนี้
            1. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้านทั้งทางร่างกายอารมณ์จิตใจสังคมและสติปัญญาควรประเมินควบคู่กับการอบรมเลี้ยงดูหรือการจัดประสบ การผู้เลี้ยงดูเด็กต้องเข้าใจพัฒนาการ แต่ละด้านของเด็กตามวัย
            2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องเพราะเด็กแต่ละคน มีอัตราการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการที่แตกต่างกันเป็นกระบวนการที่มีความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการในแต่ละด้านดังนั้นหากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับด้านอื่นๆทั้งด้านบวกและด้านลบใช้การสังเกตและ การพูด คุยผ่านกิจวัตรประจำวัน
             3. ประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลายและเหมาะสมกับเด็กอายุต่ำกว่า 3ปี ควรมีการประเมินให้หลักหลายครั้งจำนวนครั้งวิธีการเครื่องมือและสถานการณ์โดยเน้นการประเมินตามสภาพจริงเพื่อให้ได้ข้อมูลรอบด้านก่อนสรุปผลให้ตรงกับข้อเท็จจริงมากที่สุดเช่นมีการสังเกตพฤติกรรม เด็กในกิจกรรมต่างๆการประเมินผลงานของเด็กพ่อแม่ผู้ปกครองหรือผู้เลี้ยงดูต้องไม่เขียนเครื่องหมายใดๆที่แสดงถึงผลการตัดสินผลงานนั้นๆกล่าวคือไม่ต้องทำเครื่องหมายดาวคะแนนสัญลักษณ์หน้ายิ้มสัญลักษณ์หน้าร้องไห้หรืออื่นๆในผลงานของเด็ก
การประเมินพัฒนาการไม่ใช่การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กห้ามนำแบบทดสอบหรือแบบฝึกหัดมาประเมินพัฒนาการเด็กโดยเด็ดขาด
            4. บันทึกพัฒนาการลงในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กเล่นสีชมพูและใช้คู่มือการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย(DSPM) ของกรมอนามัยกระทรวงสาธารณะสุขหรือของหน่วยงานอื่น
             นำผลสรุปที่ได้จากการประเมินพัฒนาการไปพิจารณาจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่างๆโดยเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ขั้นตอนการประเมินพัฒนาการ
            1.ศึกษาและทำความเข้าใจพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงอายุทุกด้าน  ได้แก่                   ด้านร่างกายอารมณ์จิตใจ ด้าน สังคมและ ด้าน สติปัญญา พิจารณากิจกรรมในการอบรมเลี้ยงดูการจัดประสบการณ์ที่สะท้อนพัฒนาการของเด็ก
            2. การวางแผนเลือกใช้วิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับใช้บันทึกและประเมินพัฒนาการเช่นแบบบันทึกสุขภาพแม่และเด็กเล่นสีชมพูของกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขหรือแบบบันทึก(DSPM) แบบบันทึกพฤติกรรมเหมาะที่จะใช้บันทึกพฤติกรรมของเด็กแบบบันทึกรายวันเหมาะกับการบันทึกกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันแบบบันทึกการเลือกของเด็กเหมาะสำหรับบันทึกลักษณะเฉพาะและกิริยาที่เด็กมีต่อสิ่งต่างๆรอบตัวเป็นต้น
             3. ดำเนินการประเมินและบันทึกพัฒนาการหลังจากที่ได้วางแผนและเลือกเครื่องมือที่จะใช้ประเมินและบันทึกพัฒนาการแล้วก่อนจะลงมือประเมินและบันทึกจะต้องอ่านคู่มือหรืออธิบายวิธีการใช้เครื่องมือนั้นๆอย่างละเอียด
             ประเมินและสะดวกในการประเมินและสรุปนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองหรือผู้เลี้ยงดูจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลของสิ่งที่ต้องการประเมินและการประเมินพัฒนาการด้วยวิธีการสังเกตเครื่องมือที่ใช้คือแบบสังเกตวิธีการสนทนาเครื่องมือที่ใช้ แบบบันทึกการสนทนา
            5. รายงานผลการประเมินเมื่อได้ผลจากการประเมินและสรุปพัฒนาการของเด็กแล้วพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูจะต้องตัดสินใจว่าจะรายงานข้อมูลนี้ไปยังผู้ใดและเพื่อจุดประสงค์อะไรและจะต้องใช้รูปแบบใดสำหรับการอบรมเลี้ยงดูตามวิถีชีวิตประจำวันโดยพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูมีการประเมินพัฒนาการเพื่อเฝ้าระวังและเป็นข้อมูลในการพบแพทย์
            6. ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมผู้เลี้ยงดูเด็กต้องตระหนักว่าการทำงานร่วมกับผู้ปกครองเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กเป็นเรื่องสำคัญมากผู้เลี้ยงดูเด็กควรยกย่องผู้ปกครองให้พยายามมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กผู้เลี้ยงดูเด็กจะต้องรับผู้ปกครองที่มาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือเขียนจดหมายถึงผู้ปกครองเพื่อรายงานเรื่องเด็กพูดคุยตนเองหรือทางโทรศัพท์สิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้ปกครองรู้สึกถึงความสำคัญของตนเองและต้องการที่จะมีส่วนร่วมกับ ผู้เลี้ยงดูเด็กในการพัฒนาเด็กของตน
วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ประเมินพัฒนาการพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
            ควรใช้วิธีการเครื่องมือและแบบบันทึกอย่างหลากหลายเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุดวิธีการที่เหมาะสมและนิยมใช้มีดังนี้
1. วิธีการสังเกต
             1.1 การสังเกตอย่างมีระบบเป็นการสังเกตอย่างมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนตามแผนที่วางไว้
เครื่องมือ
            แบบบันทึกการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามคู่มือการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยของสถาบัน พัฒนาการเด็ก ราชนครินทร์ บันทึกพัฒนาการเด็กในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กเล่มสีชมพูของกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขและอื่นๆ
            1.2 การสังเกตแบบไม่เป็นทางการเป็นการสังเกตในขณะที่เด็กทำกิจกรรมประจำวันแล้วเกิดพฤติกรรมที่ไม่คาดคิดว่า จะเกิดขึ้นและจดบันทึกไว้
เครื่องมือ
แบบบันทึกพฤติกรรม    เป็นการบันทึกเหตุการณ์เฉพาะอย่าง
แบบบันทึกรายวันเป็นการบันทึกเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนทุกวันหากบันทึกในรูปแบบของการบรรยายก็มักจะเน้นเฉพาะเด็กลายที่ต้องการศึกษา
แบบบันทึกตามรายการเป็นการบันทึกที่มีข้อรายการที่ต้องการประเมินกำหนดไว้ช่วยให้สามารถวิเคราะห์เด็กแต่ละคนได้ค่อนข้างละเอียด
แบบบันทึกการเลือกของเด็กเป็นการบันทึกสิ่งที่เด็กเลือก ปฏิบัติกิจกรรมหรือเลือกมุมเล่นข้อพึงระวังในการใช้แบบบันทึกพฤติกรรมควรบันทึกพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกโดยไม่เพิ่มเติม ความรู้สึกของผู้บันทึกหลังจากการบันทึกเสร็จสิ้นจึงจะดำเนินการ แปลงความพฤติกรรมและสรุปเป็นผลการประเมิน
2. วิธีการสนทนา
            เป็นการสนทนารายบุคคลหรือกลุ่มเพื่อประเมินความสามารถในการแสดงความคิดเห็นและพัฒนาการทางด้านการใช้ภาษาของเด็กเครื่องมือ
แบบบันทึกคำพูดหรือการสนทนาในกิจวัตรประจำวันหรือสถานการณ์ต่างๆ
3. วิธีการสัมภาษณ์
เป็นวิธีการพูดคุยกับเด็กเป็นรายบุคคลและควรจัดในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดและวิตกกังวล
            4. การรวบรวมผลงานที่แสดงออกถึงความก้าวหน้าแต่ละด้านของเด็กเป็นรายบุคคลโดยจัดเก็บรวบรวมไว้ในแฟ้มผลงานซึ่งเป็นวิธีการรวบรวมและจัดระบบข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวกับตัวเด็กโดยใช้เครื่องมือต่างๆรวบรวมเอาไว้อย่างมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนข้อควรพิจารณาในการเลือกเก็บข้อมูลไว้ในแฟ้มผลงานมีดังนี้คือ
             4.1 ข้อมูลที่แสดงถึงระดับพัฒนาการและความสำเร็จเกี่ยวกับกิจกรรมที่เด็กกระทำซึ่งได้มาจากเครื่องมือการประเมิน
             4.2 ข้อมูลของเด็กที่ได้จากผู้ปกครองที่สะท้อนความก้าวหน้า
5. การประเมินการเจริญเติบโตของเด็ก
            เด็กควรได้รับการชั่งน้ำหนักและวัดความยาวทุกครั้งที่ไปตรวจสุขภาพพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กควรติดตามการเจริญเติบโตของเด็กสังเกตการเพิ่มของน้ำหนักและส่วนสูงที่เหมาะสมกับอายุแนวทาง ประเมินการเจริญเติบโตมีดังนี้
             5.1 การวัดเส้นรอบศีรษะ  มีความสำคัญในการติดตามการเจริญเติบโตของสมองในเด็กที่มีเส้นรอบศีรษะเล็กกว่าปกติเมื่อเปรียบเทียบกับวัยของเด็กอาจแสดงถึงความ ปกติของสมองเช่นสมองเล็กกว่าปกติหรือกระดูกศีรษะเชื่อมเร็วกว่าปกติ
            5.2 การประเมินการเจริญเติบโต  โดยการชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงและเส้นรอบศีรษะของเด็กแล้วนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ปกติซึ่งจะบอกได้ว่าขณะนั้นการเจริญเติบโต เป็นปกติสำหรับวัยของเด็กหรือไม่และบอกได้ว่า ภาวะโภชนาการที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของการมีสุขภาพดีตลอดชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเจริญเติบโตตั้งแต่ในครรภ์มารดาจนถึงวัยรุ่นเนื่องจากการเจริญเติบโตที่มี ทั้งด้านสมองและร่างกายหากขาดสารอาหารสิ่งที่พบเห็นคือเด็กตัวเล็กผอมเตี้ยซึ่งเป็นการแสดงออกทางด้านร่างกายแต่ผลที่เกิดขึ้นมิใช่เพียง ด้านร่างกายเท่านั้นยังมีผลต่อการพัฒนาสมองด้วยทำให้สติปัญญาต่ำเรียนช้าไม่สนใจสิ่งแวดล้อมเมื่อเป็นผู้ใหญ่ประสิทธิภาพการทำงานจะต่ำส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น