การประเมินที่ปราศจากอคติ
การประเมินและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นธรรมชาติ จำเป็นต้องดำเนินการอย่าง "เป็นระบบ" และ"มีสติรู้ตัว"ในทุกขั้นตอนของการดำเนินการ เพื่อใคร่ครวญและระมัดระวัง"อคติ"ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการประเมิน ดังนั้นการพัฒนาภายในตนเองของครูให้มีสติรู้ มีความตระหนักรู้ภายในตน จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้สามารถประเมินพัฒนาการและพัฒนาและการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างตรงตามความเป็นจริง
แนวคิดการประเมินเด็กปฐมวัยอย่างใคร่ครวญ การประเมินเด็กปฐมวัยอย่างใครครวญ เป็นการดำเนินดารอย่างเป็นระบบและมีสติรู้ตัวของครูปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการวางแผน เก็บรวบรวม บันทึก สรุปข้อมูล และแปลข้อมูล
การฟังอย่างลึกซึ้ง การสังเกตอย่างใคร่ครวญ และสุนทรียสนทนาเป็นกระบวนการเรียนรู้ตามแนวคิดจิตปัญญาศึกษาที่เชื้อเชิญให้ผู้ปฏิบัติเปิดรับสิ่งที่เข้ามากระทบกับประสาทรับรู้ทุกช่องทาง
1.การฟังอย่างลึกซึ้ง การฟังอย่างลึกซึ้งเป็นกระบวนการที่ใช้จิตสัมผัส เป็นการรับฟังด้วยหัวใจ ด้วยความตั้งใจอย่างสัมผัสได้ถึงรายลัเอียดของสิ่งที่ฟัง จิตใจตั้งมั่น การฟังมิใช่เพียงการได้ยินเท่านั้น การฟังอย่างลึกซึ้งเป็นการรับฟังอย่างไม่รับตัดสินใจ การฟังอย่างลึกซึ้งจะเกิดขึ้นได้ต้องอยู่บนพื้นฐานของการเคารพต่อสรรพสิ่ง เคารพและยอมรับในความแตกต่าง
2.การสังเกตอย่างใคร่ครวญ การสังเกตอย่างใคร่ควญนำไปสู่การตื่นรู้ และการปลุกประสาทรับรู้ การมีปัญญาแจ่มชัด การมีความฉลาดทางอารมณ์ รวมทั้งเป็นบ่อเกิดของความรักเมาตตาและปัญญา ดังนี้
2.1การปลุกประสาทรับรู้ทั้ง6 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
2.2การมีปัญญาที่แจ่มชัด เพียงการสังเกตหรือเปิดรับประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัส โดยไม่พยายามคิดหาเหตุผล จะพบว่าเกิดการรู้ตามความเป็นจริงขึ้นมาเอง 2.3การมีความฉลาดทางอารมณ์ เมื่อเปิดรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสและความคิดที่เกิดขึ้น เสมือนเป็นการเปิดประตูรับอารมณ์ความรู้สึกของตนเองที่มีต่อประสบการณ์รับรู้นั้นๆ
2.4ความรักความเมตตาและปัญญา หากครูปฐมวัยฝึกฝนการมีสติเท่าทันการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสช่องทางต่างๆ กระบวนการคิด ตลอดจนอารมณ์ความรู้สึกของตน จะทำให้ครูปฐมวัยลดละการยึดติดตัวตน เกิดการยอมรับตัวเอง มีพลัง มีความสนใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่. 3.สุนทรีสนทนา สุนทรีสนทนา เป็นการรับฟังวิธีคิด วิธีการให้คุณค่า ความหมายคือ การพูดเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น